คู่มือและเปรียบเทียบ

WordPress กับ Wix ต่างกันอย่างไร? เลือกจากวิธีดูแลเว็บของคุณ

เทียบความรับผิดชอบ ค่าใช้จ่าย การย้ายระบบ และการแก้เนื้อหา เพื่อเลือกเครื่องมือที่เหมาะกับทีม

การเปรียบเทียบสองแนวทางเว็บไซต์โดยพิจารณาเนื้อหา ระบบ และการดูแล
ภาพประกอบต้นฉบับ: เทียบวิธีทำงาน ไม่ใช้โลโก้แบรนด์

ไม่มีแพลตฟอร์มที่เหมาะกับทุกธุรกิจ คำถามที่ช่วยเลือกได้คือใครแก้ข้อมูล ฟังก์ชันอะไรจำเป็น ใครดูแลระบบ และถ้าจะเปลี่ยนในอนาคตต้องรักษาอะไร บทความนี้เปรียบเทียบ WordPress แบบติดตั้งเองจาก WordPress.org กับ Wix ไม่ได้ใช้คำว่า WordPress แทนทุกแผนของ WordPress.com ซึ่งเป็นบริการอีกแบบหนึ่ง

1. ความต่างเริ่มจากรูปแบบบริการ

WordPress.org เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่นำไปติดตั้งบนโฮสติ้งที่เหมาะสม มีธีมและปลั๊กอินสำหรับต่อยอด ส่วน Wix เป็นบริการสร้างเว็บที่ทำงานบนแพลตฟอร์มของตนเอง การเลือกจึงเกี่ยวกับวิธีจัดการระบบ ไม่ใช่เพียงว่าหน้าตาเว็บไหนสวยกว่า

ก่อนเลือกเครื่องมือ เขียนความต้องการที่ต้องทำจริง เช่น แก้บทความทุกสัปดาห์ มีข้อมูลบริการหลายชุด หรือให้พนักงานบางคนแก้เฉพาะสินค้า การทดสอบงานเหล่านี้ในตัวอย่างการแก้เนื้อหาจะช่วยให้เห็นความสะดวกของทีมมากกว่าดูภาพหน้าแรกเพียงภาพเดียว

อ้างอิง: WordPress.org — FeaturesWix — Plans and pricing

2. ทดลองขั้นตอนแก้ข้อมูลที่ทีมต้องทำบ่อย

ขอให้ผู้ทำเว็บสาธิตการเปลี่ยนข้อความ รูป และข้อมูลที่สำคัญ โดยใช้คนในทีมที่จะดูแลจริง ไม่ควรสรุปว่า WordPress แก้ยากหรือ Wix ง่ายเสมอ เพราะความสะดวกขึ้นกับการจัดส่วนเนื้อหา เครื่องมือที่เลือก และความคุ้นเคยของผู้ใช้

แยกการแก้เนื้อหาออกจากการเปลี่ยนโครงสร้างหน้า การเพิ่มบทความในพื้นที่ที่เตรียมไว้กับการเปลี่ยนเลย์เอาต์ทั้งเว็บเป็นคนละงาน ให้ระบุส่วนที่ทีมทำเองได้และส่วนที่ต้องให้ผู้พัฒนาช่วยในขอบเขตส่งมอบ เพื่อไม่ให้เข้าใจว่าการมี CMS แปลว่าทำทุกอย่างเองได้ทันที

3. ใครรับผิดชอบการดูแลหลังเปิดเว็บ

สำหรับ WordPress แบบติดตั้งเอง ต้องตกลงเรื่องโฮสติ้ง การอัปเดต และสำรองข้อมูล เอกสาร WordPress แนะนำให้สำรองก่อนอัปเดต รวมถึงตรวจความเข้ากันได้ของสิ่งที่ใช้ ส่วน Wix รวมการโฮสต์ไว้ในบริการ แต่เนื้อหา บัญชี แผนบริการ และเครื่องมือที่ธุรกิจเลือกยังต้องมีคนดูแล

เลือกจากกำลังของทีมและงบดูแล ไม่ใช่คิดว่าระบบที่ปรับแต่งได้มากที่สุดดีที่สุดเสมอ ถ้าทีมไม่มีคนรับผิดชอบการอัปเดต ควรมีบริการดูแลที่ระบุหน้าที่ชัด ถ้าต้องการลดงานระบบ ควรตรวจว่าฟังก์ชันของแพลตฟอร์มสำเร็จรูปตอบโจทย์ก่อน

อ้างอิง: WordPress.org — Updating WordPressWix — Plans and pricing

4. เทียบต้นทุนทั้งปี ไม่ใช่ค่าทำเว็บครั้งเดียว

WordPress.org ไม่คิดค่าซอฟต์แวร์หลัก แต่ค่าโดเมน โฮสติ้ง เครื่องมือที่ซื้อและบริการดูแลขึ้นกับทางเลือกของคุณ Wix มีแผนบริการ โดยหน้าทางการระบุว่าราคาเปลี่ยนตามพื้นที่และรอบชำระ ตัวเลขรายเดือนที่แสดงอาจเป็นราคาของรายปีที่จ่ายเต็มล่วงหน้า จึงควรตรวจหน้าซื้อจริง

ทำตารางต้นทุนตามรายการเดียวกัน: ค่าพัฒนา ค่าบริการต่อปี ค่าเครื่องมือ และการแก้เพิ่มเติม แยกรายการจำเป็นจากส่วนเสริม แล้วถามว่าไลเซนส์หรือบัญชีอยู่กับใคร การตัดค่าดูแลออกเพื่อให้ปีแรกถูกลงอาจทำให้ไม่รู้ว่าใครรับผิดชอบเมื่อระบบต้องอัปเดต

อ้างอิง: WordPress.org — FeaturesWix — Plans and pricing

5. คิดถึงการย้ายและการเปลี่ยนดีไซน์ล่วงหน้า

Wix ระบุว่าเว็บไซต์ต้องอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ของ Wix ไม่สามารถส่งออกทั้งเว็บไปโฮสต์ที่อื่นในรูปแบบเดิมได้ และสำหรับ Wix Editor หากต้องการเปลี่ยน template ต้องสร้างเว็บไซต์ใหม่ตามแนวทางเอกสาร เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าเลือก Wix ไม่ได้ แต่ต้องเข้าใจต้นทุนการเปลี่ยนในอนาคต

สำหรับ WordPress การย้ายต้องตรวจไฟล์ ฐานข้อมูล URL และเครื่องมือที่ใช้อยู่ ไม่ควรรับปากว่าย้ายแล้วทุกอย่างเหมือนเดิมโดยไม่ทดสอบ ไม่ว่าระบบไหน ถ้าธุรกิจมีบทความ สินค้า หรือ URL จำนวนมาก ให้ตกลงวิธีเก็บข้อมูลและการย้ายก่อนเริ่ม ไม่ใช่ค่อยถามเมื่อจำเป็นต้องเปลี่ยน

คำถามสิ่งที่ต้องตรวจ
ใครแก้ข้อมูลทดสอบงานจริงกับผู้ดูแลทีม
ใครดูแลระบบขอบเขตอัปเดต สำรอง และต่ออายุ
ต้นทุนต่อเนื่องแผนบริการ โฮสติ้ง และไลเซนส์
เปลี่ยนภายหลังข้อมูลที่รักษาได้และงานที่ต้องทำใหม่
อ้างอิง: Wix Help Center — Exporting or embedding your Wix site elsewhereWix Editor — Getting a new template for your site

6. เลือกตามโจทย์ ไม่แบ่งว่าแพลตฟอร์มหนึ่งดีกว่าเสมอ

ธุรกิจที่ต้องการเนื้อหาจำนวนมากหรือฟังก์ชันเฉพาะอาจพิจารณา WordPress พร้อมแผนดูแล ส่วนธุรกิจที่อยากทำงานในแพลตฟอร์มเดียวอาจพิจารณา Wix เมื่อเครื่องมือรองรับสิ่งจำเป็น นี่เป็นแนวทางเริ่มประเมิน ไม่ใช่ข้อสรุปว่าแต่ละธุรกิจต้องใช้ระบบใด

หยิบฟังก์ชันที่จำเป็นที่สุดมาทดสอบก่อน เช่น ขั้นตอนแก้หน้าบริการ หรือวิธีส่งข้อมูลติดต่อ ตรวจด้วยว่าบัญชีและแผนบริการที่ต้องใช้จริงต่างจากตัวอย่างที่ทดลองหรือไม่ ถ้าฟังก์ชันสำคัญทำไม่ได้หรือค่าเครื่องมือเกินงบ ให้ปรับขอบเขตหรือดูทางเลือกอื่นก่อนเริ่มงาน

7. เช็กลิสต์ก่อนยืนยันแพลตฟอร์ม

สรุปความต้องการเป็นหนึ่งหน้าแล้วคุยกับผู้พัฒนา ขอเหตุผลที่เลือกเครื่องมือและข้อจำกัดที่ต้องยอมรับ ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจจากชื่อระบบที่คุ้นเคย ถ้าเว็บเดิมตอบโจทย์อยู่แล้ว อาจแก้เนื้อหาและดีไซน์โดยไม่ย้ายแพลตฟอร์มก็ได้

Thai Web Agency ประเมินบริการ WordPress และ Wix ตามประเภทเว็บไซต์และขอบเขต ไม่ใช้ราคาหนึ่งตัวกับทุกงาน นำโจทย์ จำนวนหน้า และงานที่ทีมต้องแก้เองมาคุยผ่าน LINE เราจะช่วยเทียบทางเลือกพร้อมรายการที่ควรตรวจต่อจากเจ้าของแพลตฟอร์ม

  • ทีมได้ทดลองแก้ข้อมูลที่ต้องทำจริง
  • ค่าเริ่มต้นและค่าต่อเนื่องแยกชัด
  • มีผู้ถือบัญชีและผู้ดูแลหลังเปิด
  • ข้อจำกัดฟังก์ชันและการย้ายได้รับการยืนยัน
  • มีรายการส่งมอบและวิธีตรวจรับร่วมกัน

แหล่งอ้างอิงและวันที่ตรวจข้อมูล

แหล่งทางการด้านล่างตรวจเมื่อ 1 ตุลาคม 2569 ราคาและเงื่อนไขแพลตฟอร์มอาจเปลี่ยน ให้ตรวจหน้าทางการและหน้าซื้อจริงอีกครั้งก่อนตัดสินใจ

นำโจทย์ของคุณมาคุยกัน

บอกเป้าหมาย ประเภทเว็บไซต์ และสิ่งที่ทีมต้องดูแล เราจะช่วยแยกขอบเขตและประเมินทางเลือกที่เหมาะผ่าน LINE

ปรึกษาโปรเจกต์ผ่าน LINEดูบริการที่เกี่ยวข้อง →